5 เจ้าภาพบอลโลกสุดห่วยที่แฟนบอลต่างก็ระอาไปตามๆ กัน

5 เจ้าภาพบอลโลกสุดห่วยที่แฟนบอลต่างก็ระอาไปตามๆ กัน

ก็จบกันไปแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย บทสรุปกับการเป็นแชมป์โลกครั้งที่ 2 ของทีมตราไก่ บอลโลกครั้งนี้อาจดูไม่คึกคักเท่าไรในประเทศไทย ทั้งที่ฟุตบอลไทยในฤดูกาลล่าสุดจบไปด้วยความสนุกสนานและสีสัน แต่สำหรับระดับชาติก็เป็นอีกเรื่อง แต่ถึงอย่างนั้นแฟนๆ ก็ยังมีฝันที่จะไปได้จนถึงรอบสุดท้ายและเฝ้าติดตามอยู่เสมอ โดยในบทความนี้จะพาไปย้อนดูชาติเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ยอดแย่ที่สุด ในอดีตที่ผ่านมา โดยในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการแข่งขันเวิลด์ คัพครั้งแรก ที่ระเบิดขึ้นที่ประเทศอุรุกวัย ในปี 1930 การเลือกชาติเจ้าภาพมาจากการประชุมหารือ และการเสนอตัวของประเทศที่มั่นใจในความพร้อม มีศักยภาพ การแข่งขันบอลโลกในประเทศบราซิลปี 2014 ก็ถือเป็นหนึ่งในครั้งที่โกลาหลสุดขีด การก่อสร้างล่าช้ามีข่าวเสียหายมากมายก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม แต่มีคนไม่ถึงครึ่งโลกได้สัมผัสประสบการณ์จริงจนเป็นเรื่องที่เล่าขานกันมา ซึ่งหากย้อนไปก็จะพบกับเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกที่สุดห่วยที่สุดกันเลย


เจ้าภาพบอลโลกฟุตบอลโลกปี1938

1. ทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1938

การประชุมสภาฟีฟ่า (FIFA) เพื่อเฟ้นหาชาติเจ้าภาพเริ่มต้น 2 ปีก่อนการแข่งขัน ปี 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน ได้เกิดข้อโต้แย้งที่ว่า การแข่งขันควรจัดขึ้นที่ไหน จะเป็นทวีปอเมริกาใต้ที่อาร์เจนติน่า หรือยุโรปที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะสงคราม ส่วนประเทศเยอรมนีที่เป็นชนวนสงครามไม่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ สิทธิ์นั้นจึงตกเป็นของฝรั่งเศส ซึ่งเข้ารอบโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับอิตาลีแชมป์เก่า ความห่วยของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ไม่ใช่การต้อนรับชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันหรือสภาพสนามใดๆ แต่เป็นระบบน็อคเอาท์แบบแพ้คัดออกตลอดรายการ นั่นแปลว่า มีหลายชาติที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล แต่ได้ลงเล่นแค่เกมเดียว อาจเป็นเพราะหลายชาติในยุโรปหวั่นเกรงว่าสงครามจะปะทุขึ้น จึงต้องรีบจบทัวร์นาเมนต์ให้เร็วที่สุดก็เป็นได้


เจ้าภาพบอลโลกฟุตบอลโลกปี1950

2. ทีมชาติบราซิล เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1950

ปี 1950 ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกลับมาเตะอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปนาน 12 ปีเพราะพิษของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฟุตบอลโลกครั้งนี้มีการจัดระบบเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์การน็อคเอาท์อย่างปี 1938 เกิดขึ้น ฟีฟ่าต้องการให้ทุกทีมที่เข้าร่วมได้เล่นมากกว่า 1 เกม และระบบการแบ่งกลุ่มก็ได้เข้ามา แต่การจัดการเกมและสนามไม่ลงตัว บราซิลเป็นประเทศขนาดใหญ่ การเดินทางข้ามเมืองด้วยรถยนต์ใช้เวลาเป็นวัน ต้องใช้เครื่องบินเท่านั้นถึงจะทำเวลาได้ ชาติเจ้าภาพได้ปักหลักอยู่ที่ ริโอ เดอ จาเนโร แต่ชาติอื่นต้องเดินทางเปลี่ยนสนาม ฝรั่งเศสคือหนึ่งในชาติที่ไม่เห็นด้วยกับโปรแกรมของตัวเองและถอนทีมไป ทำให้เหลือเพียง 13 ทีม และเกือบจะเป็นฟุตบอลโลกที่จืดชืดและเสียหน้า ถ้าเจ้าภาพถ้าบราซิลไม่เข้าชิงชนะเลิศ พวกเขาลงเล่นท่ามกลางแฟนๆ เกือบ 200,000 ชีวิตที่ มาราคาน่า สเตเดี้ยม และพ่ายแพ้ให้อุรุกวัย จนทำให้เกิดเหตุจลาจลเรื่องน่าเศร้าที่เรายังพูดถึงกันได้ไม่หมดสิ้นจนทุกวันนี้


เจ้าภาพบอลโลกฟุตบอลโลกปี1954

3. ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1954

อาจมีใครบางคนเคยได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “Miracle of burn” ที่ออกฉายในปี 2003 เล่าเรื่องของครอบครัวหนึ่งในประเทศเยอรมนีตะวันตก และมีรอบชิงชนะเลิศระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับฮังการีของยอดแข้งอย่าง เฟเรนก์ ปุสกัส เป็นฉากหลัง ปีนั้นฟีฟ่าได้ยอมรับเยอรมนีตะวันตกกลับมาเป็นชาติสมาชิก หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้สักพัก พวกเขาต้องการประกาศศักดาและก็ทำได้ด้วยการเข้าชิงชนะเลิศ บวกกับที่ปุสกัสดาวยิงตัวเก่งของฮังการีที่มีสภาพความฟิตไม่สมบูรณ์ เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมของอินทรีเหล็กที่จะคว้าแชมป์ แต่ประตูที่เขายิงได้ใน 2 นาทีสุดท้ายทำให้ผู้ตัดสินในสนามและไลน์แมนถกเถียงกันว่าควรได้ หรือเป็นแค่ลูกล้ำหน้า ในที่สุดกรรมการกลางสนามกลับคำตัดสินว่าไม่เข้า ไม่จบเท่านั้น มีการเปิดเผยข้อมูลหลังผ่านไปเกือบ 50 ปีว่า ฟีฟ่าหละหลวมเรื่องการใช้สารกระตุ้น เพราะผู้เล่นเยอรมนีตะวันตกเกือบยกทีมฉีดสารบางอย่างเข้าไปตอนพักครึ่ง นักประวัติศาสตร์เยอรมันบอกว่าเป็นแค่วิตามินซี แต่ก็มีคนที่พยายามโน้มน้าวให้เชื่อว่าเป็นสารต้องห้าม


เจ้าภาพบอลโลกฟุตบอลโลกปี1978

4. ทีมชาติอาร์เจนตินา เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1978

อาร์เจนติน่าเฝ้ารอคอยถ้วยแชมป์โลกมายาวนานเกือบ 50 ปี และพวกเขาอยากสมหวังในครั้งนี้ แต่เมื่อทัวร์นาเมนต์เริ่มต้นกลับเกิดปัญหาการเมืองภายในประเทศ 2 ปีก่อนการแข่งขัน เพราะกองทัพทหารได้ทำการรัฐประหาร การเดินทางมาของแข้งดังทั้งหลายต้องได้รับการคุ้มกันเป็นพิเศษ เพราะมีกลุ่มกบฏ ที่ต่อต้านรัฐบาลอันมีอำนาจมิชอบซ่อนตัวอยู่ และอาจโจมตีผู้คนจำนวนมากที่แห่กันมาชมเกมก็เป็นได้ และเนื่องจากรอคอยแชมป์มาอย่างยาวนาน “ฟ้าขาว” จัดตัวเองอยู่ในเกมรอบดึกเสมอ เพื่อรอคอยว่าต้องทำแต้มเท่าไรถึงจะพอกับเส้นทางสู่รอบชิง ทำให้ฟีฟ่าต้องออกกฎว่าในครั้งถัดไปว่า เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มต้องเตะพร้อมกันหมด และในเกมสุดท้ายของรอบนั้น อาร์เจนติน่า ต้องชนะเปรูมากกว่า 4 ประตู ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ด้วยสกอร์ 6-0 ว่ากันว่าผู้เล่นเปรูโดนข่มขู่อย่างหนักทำให้เป็นฝ่ายพ่าย โดยในรอบชิงชนะเลิศอาร์เจนติน่าเจ้าภาพพบกับเนเธอร์แลนด์ การรักษาความปลอดภัยคุมเข้มเป็นพิเศษ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่บรรยากาศช่างน่าสะพรึงกลัว


เจ้าภาพบอลโลกฟุตบอลโลกปี1982

5. ทีมชาติสเปน เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1982

การแข่งขันที่ประเทศสเปนถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของฟุตบอลโลก ด้วยระบบการจัดการที่พยายามพัฒนาให้ดีขึ้น และเพิ่มทีมเข้ามาแข่งขันเป็น 24 ทีม แต่กลับกลายเป็นว่าทุกชาติจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น เพราะหลังจากผ่านรอบแบ่งกลุ่มแรกจนเหลือ 12 ทีม ก็ยังเจอรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้งกลุ่มละ 3 ทีม เพื่อค้นหาผู้ชนะไปรอบตัดเชือก 17 สนาม 14 เมือง ช่างดูน่าตื่นเต้นและเหมือนว่าเจ้าภาพจะพร้อมมากสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า เกิดการเดินทางที่กระจัดกระจาย และความพยายามที่จะแก้ไขระบบให้ดีขึ้นนั้นพังไม่เป็นท่า หลายชาติต้องเดินทางเกมแล้วเกมเล่า และมีการจัดตารางที่กระชั้นชิดเกินไป ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลสเปนต้องแบกภาระค่าตั๋วเข้าชมเกมและค่าที่พักมากมาย

TopNew