5 ม้ามืดฟุตบอลโลกนัดชิงที่ทำผลงานยอดเยี่ยมสุดประทับใจแฟนบอล

5 ม้ามืดฟุตบอลโลกนัดชิงที่ทำผลงานยอดเยี่ยมสุดประทับใจแฟนบอล

ทุกครั้งๆ ที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก จะมีนักเตะหลากหลายคนแจ้งเกิดจากรายการนี้ ทำให้เป็นที่จับตาของบรรดาสโมสรใหญ่ๆ จนสามารถเรียกให้ทีมเหล่านั้นมาคว้าตัวไปร่วมทีมหลังได้ แต่ก็ใช่ว่าการย้ายทีมนั้นจะประสบความสำเร็จกันทุกคนเสมอไป ยังมีบรรดาแข้ง ที่ฟอร์มเทพเหลือเกินกับทีมชาติบ้านเกิด แต่พอย้ายทีมแล้ว กลับฟอร์มกากกับต้นสังกัดใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ ในวันนี้ บทความนี้จะมานำเสนอ 5 นักเตะที่ฟอร์มดีในบอลโลก แต่ฟอร์มกลับแย่ลงหลังจากย้ายทีม


ฟุตบอลโลกนัดชิงDiouf

1. เอล ฮัดจิ ดิยุฟ (ทีมชาติเซเนกัล ย้ายไป สโมสรลิเวอร์พูล)

เขาคือหนึ่งในนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปแอฟริกามา ทีมหงส์แดงคว้าแข้งรายนี้มาร่วมทัพด้วยสัญญา 5 ปี หลังจากที่เจ้าตัวไปสร้างชื่อในฟุตบอลโลกปี 2002 ชื่อของเขาก็คือ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ กองหน้าฟอร์มโหดแห่งเซเนกัล ถูก เชราร์ด อุลลิเยร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสของลิเวอร์พูล คว้าตัวมาครองด้วยค่าตัวสูงถึง 10 ล้านปอนด์ เพื่อหวังจะให้เป็นกองหน้าจอมถล่มประตูคนใหม่ หลังหมดยุคของ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ ไมเคิล โอเว่น แต่กลับกลายเป็นว่า 3 ปีที่ ของกองหน้ารายนี้ในถิ่นแอนฟิลด์ เจ้าตัวทำได้ปีละ 1 ลูกเท่านั้น และยังโชว์พฤติกรรมถ่อยด้วยการไปถุยน้ำลายใส่แฟนบอลเซลติก ถึงถิ่นปาร์คเฮดในฟุตบอล ยูฟาคัพ จนได้รับฉายาว่าเป็นนักฟุตบอลจอมถุย ด้วยพฤติกรรมที่แย่และฟอร์มการเล่นที่สุดจะรับไว้ ทำให้กองหน้าแอฟริกันรายนั้นหมดอนาคตในถิ่นแอนฟิลด์ทันที ถูกส่งต่อให้โบลตันทีมร่วมลีกเอาไปใช้งานในปี 2005 โดยหลังจากย้ายออกจากจากทีมแชมป์ยูฟ่า 6 สมัย ดิยุฟก็ยังคงกล่าวถึงทีมเก่าของเขาไม่ขาดปาก แต่เป็นในแง่ลบทั้งหมด โดยเฉพาะกับตัวกัปตันทีมอย่าง สตีเวน เจอร์ราด ถึงกับเคยโดนดูถูกว่าเป็นนักเตะบ้านดาดๆ ธรรมดาเลยทีเดียว


ฟุตบอลโลกนัดชิงเคลแบร์สัน

2. เคลแบร์สัน (ทีมชาติบราซิล ย้ายไป สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ถือว่าเป็นข่าวดีของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้น ที่เขากำลังจะได้ตัวนักเตะจากทีมแชมป์โลก เขาก็คือ เคลแบร์สัน กองกลางแซมบ้าชุดแชมป์โลก 2002 เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดการซื้อแนวรุกรายนี้เข้ามาทัพในฤดูกาล 2002-2003 เขาคือมิดฟิลด์ตัวฉกาจทีมชาติบราซิล ด้วยทักษะที่สุดยอด ทั้งการเลี้ยงการยิง สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุก รวมทั้งการพึ่งเป็นแชมป์โลกมาหมาดๆ ถือว่าดีกรีดูครบจริงๆ เขากลายเป็นนักเตะที่ย้ายมาพร้อมกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกจอมสับของ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ทุกคนคงจะรู้กันอยู่แล้วว่าเส้นทางของทั้งคู่นั้นสวนทางกันอย่างไม่มีวันพบเจอกันได้ ในขณะที่ โรนัลโด้ ค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของโลกฟุตบอล แต่กับ เคลแบร์สันเขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเหมือนตอนที่เล่นให้กับทีมชาติได้เลย แถมยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดก็ถูกส่งต่อไปลีกบ้านเกิดกับทีมเบซิคตัส จากนั้นเราก็แทบจะไม่ได้ยินชื่อของแข้งแชมป์โลกรายนี้อีกเลย


ฟุตบอลโลกนัดชิงFlorinGardos

3. ฟลอริน ราดูโชยู (ทีมชาติโรมาเนีย ย้ายไป สโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

โรมาเนียภายใต้การนำทีมของ จอร์จี้ ฮาจี้ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของทีม สามารถสร้างความฮือฮาในฟุตบอลโลก 1994 ด้วยการเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้บรรดานักเตะในทีมต่างเนื้อหอมไปทั่วยุโรป และเป็น ทีมเวสต์แฮม จากอังกฤษที่จะคว้าตัว ฟลอริน ราดูโชยู มาร่วมทีมโดย แฮร์รี เร็ดแน็ป นายใหญ่ของทีมในขณะนั้น พยายามติดต่อไปหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจ จนกระทั่งอีก 2 ปีต่อมาก็ประสบ ถือเป็นดีลที่ผู้จัดการทีมรายนี้รอมานาน แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ราดูโชยู ไม่สามารถรับมือกับการเล่นในพรีเมียร์ลีกได้เลย ด้วยความเร็วและความแรงในการปะทะ รวมทั้งพฤติกรรมและทัศนคติที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพของเจ้าตัว ถึงขนาดที่ว่าหนีไปห้างกับภรรยา เพื่อโดดเล่นให้ทีมซะอย่างนั้น


ฟุตบอลโลกนัดชิงOlegAnatolyevichSalenko

4. โอเล็ก ซาเลนโก้ (ทีมชาติรัสเซีย ย้ายไป สโมสรบาเลนเซีย)

นี่คือดาวยิงสูงสุดเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลโลก 1994 เขาก็คือ โอเล็ก ซาเลนโก้ ฟังจากชื่อรางวัลแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นัดเตะคนนี้จะไม่ดัง เขาดังเป็นพลุแตกหลังทำได้ 6 ประตูในบอลโลก ด้วยฟอร์มแบบนี้ก็ไปเข้าตาบาเลนเซีย ทีมดังจากสเปน ที่กำลังมองหากองหน้ามาร่วมทีม จัดการดึงตัวมาร่วมทีมไม่นานหลังจากนั้น แต่ก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งเหมือนในฟุตบอลโลกได้ โดยลงเล่นไปเพียงฤดูกาลเดียว 25 นัด ทำได้เพียง 7 ประตู ก่อนจะโดนขายต่อให้ กลาสโกลว์ เรนเจอร์ส ในปีถัดมา แต่ก็ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม คือทำได้ 7 ประตูการลงเล่น 16 นัด น่าผิดหวังไปตาม ๆ กัน สงสัยทีมแมวมองจะลืมดูสถิติไปว่า ซาเลนโก้ ยังไม่เคยยิงให้ทีมชาติ รัสเซียได้เลย พึ่งมายิง 6 ลูก ในฟุตบอลโลกปี 94 เท่านั้น เหมือนกับว่าแข้งรายนี้มีช่วงพีคเพียงแค่ไม่กี่เดือนในบอลโลก


ฟุตบอลโลกนัดชิงStéphaneGuivarch

5. สเตฟาน กิวาร์ช (ทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายไป สโมสรนิวคาสเซิล)

มิเชล พลาตินี ตำนานเพลย์เมเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศส เคยพูดถึง สเตฟาน กิวาร์ช ว่า เขาคือหนึ่งในกองหน้าที่ได้รับการยกย่องน้อยเกินไป แล้วก็เป็นไปอย่างที่พลาตินีว่า เพราะกองหน้ารายนี้ไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอดทัวร์นาเมนต์ แม้ทีมฝรั่งเศสจะเป็นแชมป์โลกก็ตาม ซึ่งก็เหมือนเคสของชิรูด์ในบอลโลกปี 2018 เลย แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับ นิวคาสเซิล ที่จัดแข้งรายนี้มาเสริมทีม ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ และ กิวาร์ช ก็ตอบแทน ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสร เขาทำได้เพียง 1 ประตู ใน 8 เดือนที่ลงเล่นให้กับทีม หลังจากนั้นก็พวกเขาก็รีบขายแข้งรายนี้ให้กับ กลาสโกลว์ เรนเจอร์ส ทันที โดยมีโค้ชของนิวคาสเซิลถึงกับออกมาพูดบรรยายสรรพคุณแข้งรายนี้หลังจากย้ายทีมว่า “สเตฟาน (กิวาร์ช) เป็นนักเตะที่ไม่เหมาะทีมเลย ให้ตาย”

TopNew