บอลโลกสรุป 5 เหตุการณ์ในความทรงจำคนไทยที่ยังตราตรึง

บอลโลกสรุป 5 เหตุการณ์ในความทรงจำคนไทยที่ยังตราตรึง

 

บอลโลกสรุปเพลงOleOleOle

1. เพลง Ole Ole Ole (ฟุตบอลโลก 1990)

เสียงร้อง “โอเล โอเล๊ๆ โอเหล่” นับว่าเป็นเพลงอมตะนิรันดร์กาลของแมตช์ฟุตบอลแทบทุกชาติโดยเฉพาะในยุโรป เพลงนี้นิยมร้องกันมานานเก่าแก่จากกองเชียร์ทีมชาติและสโมสรในไอร์แลนด์ และในฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลีเป็นต้นมา เพลง Ole! Ole! We Are The Champion ก็เป็นเพลงในอัลบั้มเดียวกันกับเพลงยอดฮิต “To Be Number One” ซึ่งอาจจะฮิตกว่าในยุคนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านมาจนวันนี้ กลายเป็นว่าเสียงร้องโอเล่ยังแพร่หลายอยู่ในวงการฟุตบอลได้อย่างคงเส้นคงวา ลามมาถึงผับและลานต่างๆ ที่จัดอีเวนต์เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลในไทยมักจะใช้เพลงนี้เสมอ


 

บอลโลกสรุปวูวูเซล่า

2. วูวูเซล่า (ฟุตบอลโลก 2010)

กลายเป็นอีกหนึ่งสีสัน ฟุตบอลโลก 2010 ที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจกันเอามาก ๆ เพราะเจ้าแตรเป่ายาว ๆ หลากหลายเฉดสีที่มีชื่อว่า “วูวูเซล่า” หรือ “เลปาตาตา” ช่างมีเสียงอันทรงพลังเสียจริง ๆ พิสูจน์ได้จากเกมนัดเปิดสนาม บอลโลก 2010 เมื่อคืนวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา แฟนบอลทีม “บาฟาน่า บาฟาน่า” แอฟริกาใต้ แทบจะทุกรายเป็นต้องมี วูวูเซล่า ติดไม้ติดมือเข้าสนาม และพวกเขาก็เลือกที่จะเป่ามันแทบจะตลอดการแข่งขันเพื่อเชียร์ทีมบ้านเกิดของตัวเอง สำหรับ “วูวูเซล่า” หรือ “เลปาตาตา” เป็นแตรพื้นเมือง ความยาวเฉลี่ย 1 เมตร ซึ่งเชื่อกันว่าชื่อ “วูวูเซล่า” มาจากภาษาซูลู ของชนเผ่าที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกาใต้โดย วูวูเซล่า ถูกนำมาใช้เชียร์ฟุตบอลครั้งแรกราวปี 1965 จากกลุ่มแฟนบอลของสโมสร “ไกเซอร์ ชีฟส์ เอฟซี” ในลีกของแอฟริกาใต้ โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น วูวูเซล่า ก็คือแตรอะลูมิเนียมสั้น ๆ จากรถจักรยาน แต่ต่อมาถูกพัฒนาเป็นท่อยาว ๆ เพื่อให้มีเสียงดังขึ้น สามารถผลิตเสียงได้สูงสุดถึง 127 เดซิเบล ซึ่งดังกว่าเครื่องตัดหญ้า หรือเลื่อยไฟฟ้าเสียอีก ที่สำคัญยังดังเกินกว่าระดับเสียงที่เป็นอันตรายต่อหูอีกด้วย และนั่นจึงเป็นที่มาให้นักเตะหลายชาติที่เคยได้ยินได้ฟังเสียงของ วูวูเซล่า เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอล คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ปี 2009 ซึ่งจัดขึ้นที่แอฟริกาใต้ รู้สึกไม่พิสมัยเจ้าเครื่องดนตรีชนิดนี้ เนื่องจากเสียงอื้ออึงจาก วูวูเซล่า รบกวนสมาธิการเล่นฟุตบอลของพวกเขาในเกมการแข่งขัน จนนำไปสู่การเรียกร้องให้ฟีฟ่าแบนแตร “วูวูเซล่า” ในการแข่งขันกีฬาระดับโลกทุกรายการ


 

บอลโลกสรุปตัวนำโชคปิเก้

3. ตัวนำโชค ปิเก้ (ฟุตบอลโลก 1986)

เป็นมาสคอตของฟุตบอลโลก 1986 ที่จัดในประเทศเม็กซิโก มีลักษณะเป็นคนตัวเล็กๆ ทรงตุ๊กตาใส่หมวกปีกกว้างแบบเม็กซิกันดั้งเดิม คำว่า Pique เป็นภาษา Spain ซึ่งเป็นภาษาหลักภาษาหนึ่งในภูมิภาคลาตินอเมริกา มีถึง 7 ความหมายตามแต่ในประเทศไหน ในเม็กซิโกคำนี้แปลว่าหมวกปีกกว้างแบบที่ตัวปิเก้ใส่, ในภาษาละตินทั่วไปยังมีอีกความหายคือการซ้ำลูกเก็บตกในทางกีฬา เหมือน “Rebound” ในภาษาอังกฤษอเมริกัน, ในชิลีแปลว่ากับระเบิด, นอกจากนี้ยังมีความหมายอื่นๆ ในภาษาต่างๆ อีกได้แก่ คู่ปรับ, เร่งเครื่อง, และเครื่องหมายโพธิ์ดำในไพ่ นับว่าคำนี้เป็นคำยอดฮิตแห่งลาตินอเมริกาคำหนึ่งจึงได้มาเป็นชื่อตัวนำโชคครั้งนี้ ยุคนั้นตุ๊กตาปิเก้เป็นของแถมของเล่นยอดฮิตในไทยทั้งโดยถูกลิขสิทธิ์และแอบละเมิด แม้ฟุตบอลโลกครั้งต่อๆ มาจะมีตัวนำโชคเปลี่ยนไปทุกครั้ง แต่กับนักดูบอลรุ่นกลางขึ้นไปถึงรุ่นเก่าในไทย ปิเก้ จะอยู่ในความทรงจำมากที่สุด


 

บอลโลกสรุปหัตถ์พระเจ้า

4. หัตถ์พระเจ้า (ฟุตบอลโลก 1986)

ซูปอร์สตาร์ ดิเอโก้ มาราโดน่า แข่งกับทีมชาติขวัญใจชาวไทย ก็นับว่ายิ่งใหญ่มากแล้ว แต่ที่ยิ่งใหญ่ติดตามากกว่าคือลูกที่อาร์เจนตินายิงนำอังกฤษ ในเกมนี้ มาราโดน่าได้ทำประตูที่น่าจดจำในเกมฟุตบอลโลกถึงสองประตูในเกมเดียว โดยลูกแรกมาจากการทำแฮนด์บอลอันเลื่องชื่อ นั้นก็คือ Hand of God หรือ หัตถ์พระเจ้า ที่เสือเตี้ยจงใจใช้มือชกบอลเข้าประตู ผ่านนายทวารอย่างปีเตอร์ ชิลตัน ที่สูงกว่ากันถึง 20 เซนติเมตร แต่กรรมการกลับมองไม่เห็น และคิดว่ามาราโดน่าสามารถกระโดดโหม่งแย่งผู้รักษาประตูรายนี้ได้ โดยในอีก 4 นาทีต่อมา มาราโดน่าทำประตูที่เรียกได้ว่าเป็นประตูแห่งศตวรรษ เมื่อเฮคตอร์ เอ็นริเก้ จ่ายบอลให้กับมาราโดน่าเลี้ยงบอลเป็นระยะทางกว่า 60 หลา ในช่วงเวลาเพียง 10 วินาที ลากผ่าน 5 ผู้เล่นสิงโตคำราม ไล่ตั้งแต่ ปีเตอร์ เบียดสลี่ย์, ปีเตอร์ รีด, เทอร์รี่ บุตเชอร์ และเทอร์รี่ เฟนวิค ก่อนที่จะแตะหลบปีเตอร์ ชิลตัน เป็นคนสุดท้ายและส่งบอลเข้าประตู ทำให้อาร์เจนฯ ทิ้งห่าง 2-0 ถึงแม้แกรี่ ลินีเกอร์ จะมายิงให้อังกฤษไล่มา 1-2 ในช่วง 9 นาทีสุดท้าย แต่ก็ไล่ไม่ทัน อาร์เจนตินาผ่านเข้าไปเล่นนัดชิง และมาราโดน่าก็สามารถผงาดคว้าแชม์โลกได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะเยอรมันตะวันตกไป 3-2


 

บอลโลกสรุปทรงผมสุดกวนของโรนัลโด้

5. ทรงผมสุดกวนของโรนัลโด้ (ฟุตบอลโลก 2002)

โรนัลโด ตำนานกองหน้าที่ยังมีลมหายใจของ บราซิล ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีความลับเก็บงำไว้มากมาย เช่นเดียวกับทรงผมสุดแหวกแนวในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2002 ที่ ญี่ปุ่น – เกาหลีใต้ โดยเพิ่งออกมาบอกเหตุผลที่ตัดทรงนี้ชนิดที่รู้แล้วก็ต้องร้องว่า “อัจฉริยะ” ศึก เวิลด์ คัพ ฉบับเอเชีย บราซิล หนีบ โรนัลโด ที่มีปัญหาบาดเจ็บที่ขาหนีบรบกวนไปด้วย และเจ้าตัวก็แสดงผลงานฝ่าขีดจำกัดของร่างกาย หวดไป 8 ประตู เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ แถมยิง 2 ประตูให้ “แซมบ้า” ปราบ เยอรมนี 2-0 คว้าแชมป์โลกไปครองด้วย ทว่า อีกสิ่งที่พูดถึงกันมากคือทรงผม “ไดโกโระ” ที่เจ้าตัวตัดมาโชว์ให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็น และไม่มีการเปิดเผยมาก่อนว่าตัดทำไม จนล่าสุดก็ยอมเปิดใจว่าที่ตัดเพราะต้องการให้เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลลืมเรื่องอาการบาดเจ็บ แล้วหันมาสนใจเรื่องทรงผมแทน “ผมรู้สึกเจ็บบริเวณโคนขาหนีบมากระหว่างเตะ เวิลด์ คัพ ผมอยู่ในสภาพ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นทำให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนทรงผมใหม่ เพราะทุกคนมัวแต่พูดถึงเรื่องอาการบาดเจ็บ ดังนั้นเมื่อผมเข้าสนามซ้อมพร้อมทรงผมใหม่ ทุกคนก็เลิกพูดถึงอาการบาดเจ็บของผมเลย” โรนัลโด ระบุ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply